หากเราพิจารณาถึงความมั่นคงของเศรษฐกิจระดับมหภาค หลายคนอาจไม่เคยนึกถึงผลกระทบจากมหาสมุทรอันไกลโพ้น อย่างประเทศคิริบาส (Kiribati) ดินแดนที่ประกอบด้วยหมู่เกาะปะการังที่เปราะบาง กรณีศึกษาของคิริบาสสะท้อนให้เห็นถึงโมเดลธุรกิจที่อันตรายที่สุด
เมื่อวิเคราะห์โครงสร้างรายได้ของรัฐบาล จะเห็นได้ชัดว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากแหล่งเดียว นั่นคือ ปลาทูน่า ที่เป็นสินค้าส่งออกสำคัญและเป็นที่ต้องการของตลาดโลก แม้พื้นที่แผ่นดินจะเล็กเท่ามหานครนิวยอร์กแต่พื้นที่ทะเลนั้นใหญ่กว่าประเทศอินเดีย
แต่ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของโมเดลนี้คือ พฤติกรรมการอพยพของปลาทูน่าถูกกำหนดด้วยอุณหภูมิของน้ำเพียงเล็กน้อย
จากการแบบจำลองสภาพภูมิอากาศในอนาคตพบว่า ปลาทูน่าจะว่ายออกจากเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไปสู่น่านน้ำที่เย็นกว่า นี่คือวิกฤตทางการเงินที่กำลังก่อตัวอย่างช้าๆ
ความท้าทายที่ธุรกิจและประเทศต้องเผชิญ:
หากปริมาณก๊าซเรือนกระจกยังคงสูงขึ้น งบประมาณแผ่นดินจะติดลบเนื่องจากกองเรือต่างชาติไม่ต้องซื้อใบอนุญาตอีกต่อไป สำหรับประเทศที่พื้นที่สูงสุดอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเพียง การวางแผนยุทธศาสตร์ 2 เมตร สิ่งนี้คือเส้นแบ่งระหว่างการอยู่รอดและการล่มสลายของชาติ
ความเดือดร้อนนี้ยังลามไปถึงชีวิตประจำวันของประชากร ปลาคือพื้นฐานสำคัญของอาหารทุุกมื้อสำหรับคนในพื้นที่ ปริมาณการจับปลาในท้องถิ่นจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
ในมุมมองของนักบริหารความเสี่ยง นี่คือความอันตรายของการไม่มีแผนสำรองเมื่อสถานการณ์ภายนอกเปลี่ยน หรือการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและพฤติกรรมผู้บริโภค มีศักยภาพในการทำลายล้างพอๆ กับการอพยพของปลาทูน่า
กุญแจสำคัญในการปรับตัวขององค์กร:
ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่าประเทศที่มีทรัพยากรหลากหลายอย่างปาปัวนิวกินี จะมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่าเมื่อเกิดวิกฤต การไม่มี "น้ำ ดิน หรือแร่ธาตุ" ทำให้คิริบาสแทบไม่มีทางเลือกในการขยับตัว
นี่คือสัญญาณเตือนให้เราหันกลับมามองความเสี่ยงของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในสภาพแวดล้อมภายนอกสามารถพลิกผันสถานการณ์ได้ การเร่งหาโอกาสใหม่ๆ ก่อนที่วิกฤตจะมาถึง คือหนทางเดียวที่จะทำให้เราอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน
การวางแผนล่วงหน้าคือการลงทุนที่ถูกที่สุด เพื่อให้อนาคตของคุณไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว คุณจะสามารถรักษาความมั่งคั่งและความปลอดภัยไว้ได้ตลอดไป